วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

โต๊ะไม้มะค่าทุ่งนารั้ง
wiriya klinsaowakon
      เกิดเป็นคนดูเหมือนความอภิรมย์ในชีวิตมันมีหลายวิธีการที่จะเสกสรรออกมา ความพิถีพิถันในการคิดเลือกวัสดุสิ่งต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่มีที่มาที่ไปแทบทั้งสิ้น อย่างโต๊ะที่ใช้งานในบ้านเรือนผู้เป็นเจ้าของมักคัดเลือกจากโต๊ะซึ่งทำด้วยไม้เนื้อแข็งมีลวดลายในเนื้อไม้สวยงาม ไม้ที่นิยมนำมาทำโต๊ะอาทิ ไม้มะค่า ไม้มะเกลือ ไม้หลุมพอ ไม้บางอย่างหายากและสีเป็นเอกลักษณ์อย่างไม้มะเกลือเนื้อสีดำขลับสวยงามแปลกตา หรือไม้ประดู่มีลวดลายหลายสี เนื้อออกสีแดงออกไปทางน้ำตาลมีลวดลาย ความยากง่ายในการหาไม้มาทำเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ ยากง่ายแตกต่างกันไป ยิ่งไม้หายากและแผ่นขนาดใหญ่ยิ่งมีราคาและคุณค่าในตัวมันมากยิ่งขึ้น ไม้ที่หายากเมื่อได้มาสักแผ่นบางคนจะเก็บไว้อย่างดี เพื่อรอเวลาหาช่างที่มีฝีมือมาทำให้เป็นโต๊ะที่สวยงาม ไม้ที่มีราคาและคุณค่า เหล่านี้บางครั้งก็ถูกมอบผ่านมือในฐานะเป็นของขวัญแทนความนับถือจากผู้ให้ ขณะเดียวกันผู้ให้เองก็หวังว่าผู้รับจะนำไปทำเป็นโต๊ะที่สวยงาม

      เมื่อพูดถึงไม้มะค่าก็อดที่จะพูดถึงโต๊ะไม้มะค่าของท่านหนึ่งไม่ได้ ถ้าดูตามรูปร่างทั่วไปแล้ว โต๊ะไม้มะค่าตัวนั้นพื้นเป็นทรงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางสัก ๑ เมตรเห็นจะได้ สีของพื้นโต๊ะขัดผิวเรียบลงสีแดงโทนออกไปทางดำทำให้ดูมืดคล้ำกว่าผิวไม้เดิมค่อนข้างมากด้วยเหตุนี้สีของมันจึงดูเคร่งขรึมแฝงด้วยความขลังอยู่ในที ตรงส่วนขอบพื้นเซาะร่องไล่บัวตีเส้นเป็นลบมุมให้ดูโค้งอย่างมีศิลปะลงตัว ลงสีอย่างประณีตขัดเงาวาววับท่ามกลางแสงที่สาดส่อง ส่วนขาโต๊ะเป็นไม้มะค่าเช่นกัน กลึงเป็นร่องลึกเป็นทรงดอกบัว สลับร่องมนโค้ง เล่นลายเส้นสลับตลอดลำไม้ที่ทำเป็นขา ขาโต๊ะส่วนที่วางกับพื้นเป็นไม้ฉลุทรงโค้งทรงเดียวกับคันธนูน้าว ส่วนไม้ค้ำยันโดยรอบยึดติดกับแผ่นไม้กลึงเป็นทรงกลม ทำให้เพิ่มความแข็งแรงและนัยว่าเป็นที่พักเท้าทำด้วยไม้รักเขาสีแดงเข้มไม้รักเขาที่ว่านี้เป็นไม้หายากยิ่งนัก เหตุที่ต้นของมันจะเหลือให้เห็นเฉพาะบริเวณขอบผาบนเขาสูงชันการได้ไม้รักเขาเป็นเรื่องที่ต้องทุ่มเทแรงกายอย่างหนักไม่รวมผลข้างเคียงที่เกิดจากอาการคันเพราะยางรักนั้นไม่น่ารัก แม้ผิวหยาบกร้านของผู้ที่ตัดมันก็ยังไม่สามารถป้องกันความคันจากยางของมันได้ พิษของมันจะวนเวียนแม้กระทั่งขั้นตอนการผลิตที่ผู้เป็นช่างอาจจะคันไปทั้งตัวก็อาจเป็นได้

      ไม้มะค่าเป็นไม้เนื้อแข็งชนิดหนึ่งที่อยู่คู่ป่าเมืองไทยมาช้านาน ลำต้นถูกนำมาใช้ทำอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน ยิ่งเป็นไม้ที่อายุหลายปีและมีขนาดใหญ่ คุณค่าและราคาของไม้มะค่าก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย ไม้มะค่าในยุคนี้หายากทั้งนี้เพราะป่าไม้เหลือน้อยลง ไม้มะค่าที่เหลืออยู่มักเป็นตอไม้ที่ฝังอยู่ในดิน ผู้ที่ค้นพบจะขุดมันขึ้นมาและเอาส่วนที่เป็นคบไม้ขนาดใหญ่นี้ขึ้นมาทำเป็นเครื่องใช้จำพวกโต๊ะกันอย่างแพร่หลาย ไม้มะค่าแผ่นใหญ่ ๆ จึงเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งนัก พูดง่าย ๆ ว่ากว่าจะได้มาสักแผ่น หืดขึ้นคอ ต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ หลายขั้นตอน ผู้ที่ครอบครองไม้มะค่าขนาดใหญ่ นอกจากจะเก็บไว้ทำโต๊ะเก้าอี้ตามใจตนปรารถนาแล้ว บางคนยังมอบให้แก่คนอื่น ๆ เป็นของขวัญนัยว่ามีคุณค่าทางจิตใจทั้งแก่ผู้ให้และผู้รับเป็นอย่างมากอีกด้วย

      การได้รับของขวัญจากใครสักคนเป็นไม้มะค่าอาจจะเป็นทั้งลาภและทุกข์ ที่ว่าเป็นลาภเพราะเป็นของหายากจะให้หามาเองไม่มีทางเป็นไปได้ ส่วนที่เป็นทุกข์เพราะต้องหาช่างมาทำให้เป็นโต๊ะตามใจปรารถนา การหาช่างไม้ในยุคนี้นั้นยากพอ ๆ กับหาไม้เลยทีเดียว
โต๊ะไม้มะค่าของอาจารย์เคยเป็นหัวหน้าของผู้เขียนก็เช่นเดียวกัน กว่าจะหาช่างได้ก็ต้องเสาะหากันแรมเดือนกว่าจะตัดสินใจให้ทำเป็นโต๊ะทั้งนี้เพราะไม้มีแค่แผ่นเดียวขืนไม่เลือกช่างดี ๆ ที่ไว้ใจได้ ไม้แผ่นเดียวก็คงไม่เหลือดังนั้นจึงทำผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด

      ก่อนที่โต๊ะไม้มะค่าตัวนั้นจะมาอยู่ในที่ที่เจ้าของใช้เป็นพื้นที่นั่งพักผ่อน ซดเบียร์ และอ่านหนังสือพิมพ์ รวมทั้งกินอาหารอื่น ๆ โต๊ะตัวนั้นอยู่กับมือช่างราวหนึ่งเดือนจนกระทั่งถึงวันที่ช่างทำเป็นโต๊ะสำเร็จ ผู้เขียน และผู้ร่วมทางรวม 3 คนเดินทางไปด้วยรถกะบะเพื่อจะไปรับโต๊ะตัวที่สั่งทำไว้ กลับบ้าน
จากแผ่นไม้มะค่าที่ถูกเก็บจนเก่าเก็บ กลายมาเป็นโต๊ะมะค่าสวยงาม ผลงานที่งดงามนั้นได้จากฝีมือช่างไม้หนุ่มที่มีโรงงานเล็ก ๆ ในครัวเรือน ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดนาคาวาส อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โต๊ะมะค่าในวันนั้นสีมันอ่อนกว่าสีโต๊ะในปัจจุบันนี้ จากการ สัมผัสที่ต้องตรวจดูความเรียบร้อยของงาน พบว่าพื้นไม้ด้านล่างเป็นรอยแตกอยู่เล็กน้อยซึ่งเป็นบาดแผลตามธรรมชาติของเนื้อไม้ ช่างทำสีอุดร่องรอยตำหนิจนดูแทบไม่ออก ส่วนสีนั้นย้อมเป็นสีแดงปนเหลือง มองเห็นลายไม้อย่างชัดเจน หลังจากเสวนาปราศรัยตลอดจนดูโน่นนี่ในโรงงานช่างไม้เล็ก ๆ ของช่างและ เจ้าของโต๊ะจ่ายเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โต๊ะสวยงามตัวนั้นเป็นประกายท่ามกลางแสงแดดจ้า ถูกยกขึ้นมาในรถปิกอัพของผู้เขียน

      เจ้าของโต๊ะมะค่าเป็นคนอารมณ์ดีแต่วันนั้นอารมณ์ดีเป็นพิเศษ โต๊ะมะค่าบนรถกะบะหนึ่งตัวกลายเป็นจุดสนใจ เป็นที่เหลียวมองจากสายตาของผู้คนบนรถคันอื่น ๆ ที่แล่นแซงผ่านไปและแล่นสวนมา เวลาที่ผ่านจากสายเข้าสู่เที่ยงผู้คนย่อมหิวเป็นธรรมดา การกินข้าวของคนอารมณ์ดีย่อมต้องคัดเลือกเป็นพิเศษ เมื่อรถแล่นมาถึงทางแยกอำเภอพุนพินไปอำเภอท่าฉาง จุดหมายปลายทางกำหนดไว้ที่ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ตรงจุดที่พักรถเพื่อกินข้าวกลางวัน และถือเป็นสถานที่ที่น่ารื่นรมย์อีกแห่งหนึ่ง บนเส้นทาง(สายล่าง) จากอำเภอพุนพินไปอำเภอท่าฉาง ร้านอาหารแห่งนี้ตั้งชื่อเมนูรสเด็ด จอดรถไว้หน้าร้านมองเห็นโต๊ะมะค่าได้จากในร้าน นั่งมองความสวยงามจากร้านได้อย่างชัดเจนหลังเวลาผ่านบ่ายโมงเฉียด ๆ บ่ายสองโมงหลังจากกินข้าวกลางวันมื้อใหญ่จนท้องโย้ พุงกางกับอาหารรสเผ็ดจัดจ้านเฉียบขาดจนยากจะบรรยายสรรพรสนั้นได้

      ถึงเวลาออกจากร้านอาหารแล้วไม่ได้ย้อนทางเดิมที่เข้ามาแต่มุ่งไปทางพุนพิน-ท่าฉาง เพื่อตัดไปสู่ถนนบายพาสตัดใหม่ที่เชื่อมต่อท่ากูบมายังถนนสายเอเซีย ผู้เขียนไม่คุ้นกับเส้นทางนี้ ผู้โดนสารบอกปริศนาว่าถนนสายที่จะไปนี้เป็นถนน “ไหว้ไม่เป็น” ผู้เขียนไม่คุ้นกับถนนเส้นนี้ พอขับรถไปได้สักพักก็เข้าใจ ถนน “ไหว้ไม่เป็น” คือถนนที่เต็มไปด้วยโค้งหักศอก อยู่ตลอดเส้นทาง ตัวถนนเส้นนี้ลาดยางอย่างดี บริเวณสองข้างทางส่วนใหญ่เป็นทุ่งนาซึ่งในยามนั้นไม่มีน้ำ ไม่มีต้นข้าวให้เห็นแต่ทุ่งนาเขียวด้วยต้นหญ้า รถแล่นมาได้ไม่กี่มากน้อย ผู้เขียนต้องเลี้ยวหักศอกไปมา และด้วยโต๊ะมะค่าตัวนั้นไม่มีวัสดุใด ๆ ยึดไว้กับรถเลย แรงเหวี่ยงจากรถที่เลี้ยวไปมาอย่างไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว ส่งผลต่อโต๊ะมะค่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อถึงจุดที่ศูนย์กลางวัตถุไม่สามารถอยู่ในจุดที่มันคงอยู่ได้ เสียงวัตถุกระทบตัวรถดังขึ้น ผู้เขียนตกใจคิดว่ารถโดนชนท้าย มองทางกระจกหลังไม่มีโต๊ะตัวนั้นอยู่ในที่ที่มันเคยอยู่ และเห็นเงาจากกระจกมองข้างเห็นโต๊ะไม้มะค่าตีลังกา กลิ้งลงในบิ้งนาลึกลงไป ทุกคนตะลึงผู้เขียนรีบจอดรถทันที ใจหายวาบกลัวว่าโต๊ะมะค่าจะโดนคน แต่โชคดีที่ตรงบริเวณนั้นไม่มีบ้านคนอยู่เลย เมื่อลงจากรถได้ยินเสียงพูดว่า “โน่น ไปตั้งเขลงอยู่ในนา... อ้าว แล้วไหนพื้นโต๊ะ” ผู้เขียนเห็นเพียงขาโต๊ะตั้งตรงอยู่ในนาที่มีหญ้าจูดหนูขึ้นรก มองไปบนพื้นเห็นส่วนแผ่นไม้พื้นโต๊ะอยู่ใกล้ ๆ กับจุดที่มันตีลังกาลงไป ตอนนี้พื้นแตกเป็นสองซีก มีสะเก็ดไม้เล็ก ๆ ฉีกออกตามแนวรอยร้าวเดิมวางอยู่ข้าง ๆ สองชิ้น ทั้งขำทั้งตกใจ หลังจากตั้งหลักได้ใจหายวาบก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ดังนั้นจึงช่วยกันขนชิ้นส่วนทั้งหมด อย่างทุลักทุเลขึ้นรถอีกครั้ง ดูอาการแล้วหวังว่าซ่อมได้ บึ่งรถกลับไปหาบ้านช่างไม้ ตอนนี้บรรยากาศมันไม่ชวนขันเหมือนช่วงแรกอีกแล้ว เสียงโทรศัพท์ของภรรยาเจ้าของโต๊ะดังขึ้น ได้รับคำถามเดิม ๆ คล้าย ๆ ก่อนหน้านี้ว่า มาถึงไหนกันแล้ว แต่งวดนี้บอกมาว่าได้ย้ายโต๊ะกินข้าวตัวเก่าออกไปแล้วให้รีบมาไว ๆ เจ้าของเลย บอกว่า ไม่ต้องย้ายแล้ว ตอนนี้โต๊ะเป็นสองซีกแล้ว กำลังเอากลับไปซ่อมที่เก่า
      เมื่อกลับไปถึงโรงไม้ช่างบอกว่าไม่สนุกเลยกับงานนี้ แต่ก็บอกว่าซ่อมได้ทำให้ได้ ทั้งนี้เพราะเราได้เก็บชิ้นส่วนมาทั้งหมดไม่หล่นหาย นับจากวันนั้นอีกเดือน ผู้เขียนกับอาจารย์ธงชัยก็ได้เวลาไปรับมันกลับมาอีกครั้ง ผู้เขียนก็ใจไม่เป็นสุขนักเพราะแม้ว่าจะมัดโต๊ะกับกะบะรถอย่างมั่นคง แต่ตอนที่ออกจากร้านอาเตี่ยซีฟูด ริมแม่น้ำตาปีใจก็กลัวว่า เมื่อออกจากร้านแล้วโต๊ะมะค่ามันจะกระโดดออกนอกรถอีก
สีของไม้มะค่าในวันที่มันออกจากโรงไม้ของช่าง จึงมีสีคล้ำเคร่งขรึมดูเก่าเล็กน้อยด้วยเหตุที่ช่างต้องย้อมสีให้มันเข้มขึ้นเพื่อปกปิดจากการซ่อมรอยแตกโต๊ตัวนี้จึงมีมีอดีตที่โลดโผน.
        ###